เกี่ยวกับ อาจารย์

ประวัติ อาจารย์ อารย

นักพยากรณ์
โหราศาสตร์ชั้นสูง
ประสบการณ์ช่ำชอง

อาจารย์อารย ชื่อจริง ‘นายประวีร์ แววงาม’ จบการศึกษาคณะศิลปกรรม สาขาจิตรกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นโหราจารย์ที่เชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์ไทยชั้นสูง มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี ในอดีตผู้คนจะรู้จักกันดีในนาม “อาจารย์นารายณ์เวทย์” มีผลงานทั้งการพยากรณ์ดวงบุคคล การเป็นที่ปรึกษาให้กับเจ้าของกิจการ การวางฤกษ์ การทำรายการโทรทัศน์ และการสอนโหราศาสตร์ให้กับลูกศิษย์รุ่นต่างๆ นับจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

บิดาชื่อ “บุญช่วย แววงาม” จบการศึกษาด้านการประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และประกอบอาชีพเป็นประมงจังหวัดเชียงใหม่ มารดาชื่อ “ยุพิน สุจริตธรรม” จบการศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีประวัติเคยเล่นการเมือง และเปิดกิจการรับเหมาทำความสะอาดที่การไฟฟ้าแม่เมาะ ในนาม บริษัท แคร์คลีนแอนด์เคลียร์ จำกัด

กล่าวถึงมารดาของอาจารย์อารย ในช่วงบั้นปลายชีวิต คุณแม่ยุพินเรียนทุกศาสตร์กับหมอดูอันดับ 1 ของเมืองไทยในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็น โหราศาสตร์ไทย, ลายมือ, โหงวเฮ้ง, ยิปซี, 7 ตัว 9 ฐาน โดยใช้เวลานานกว่า 3-5 ปี ในการศึกษาทุกศาสตร์ที่กล่าวมา ด้วยอุปนิสัยคุณแม่ยุพินเป็นคนที่ถ้าทำอะไรจะตั้งใจมากเป็นพิเศษ ทำให้นอกเหนือจากที่เรียนมา คุณแม่ยุพินจะค้นคว้าด้วยตัวเองเพิ่มเติมจนได้วิธีในการดูดวงเชิงลึกซึ่งเป็นแบบฉบับของคุณแม่ยุพินเอง ยกตัวอย่างเช่น ดูว่าพี่น้องมีกี่คน วิธีการไล่ลัคนาแบบไม่มีเวลา เป็นต้น

https://arayahoro.com/wp-content/uploads/2021/02/อ.อารย-บวชพระ-3-พรรษา-1.png
https://arayahoro.com/wp-content/uploads/2021/02/โหรอันดับ-1-แห่งเมืองล้านนา-1.png

จุดเริ่มต้นการเรียนโหราศาสตร์ของอาจารย์อารยเกิดจากการที่คุณแม่ยุพินขอร้องให้เรียน เวลานั้นอาจารย์อารยอายุประมาณ 20-21 ปี ส่วนตัวอาจารย์อารยเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องดวงเลย และไม่เชื่อเรื่องทรงเจ้าเข้าผีอะไรทั้งสิ้น เชื่อเพียงพระพุทธเจ้า เชื่อการปฏิบัติ และเชื่อในความดีเท่านั้น แต่ทั้งนี้อาจารย์อารยเป็นคนที่รักคุณแม่มาก ไม่อยากให้คุณแม่เสียน้ำใจ คุณแม่บอกให้เรียนก็เรียนตามคำขอ โดยอาจารย์อารยเริ่มต้นเรียนพร้อมกับลูกศิษย์ของคุณแม่ยุพินอีกประมาณ 7-8 ท่าน ซึ่งอาจารย์อารยเป็นเพียงคนเดียวที่ใช้เวลาเรียนเพียง 3 เดือนจนจบดวงละเอียดขั้นสูง ในขณะที่ลูกศิษย์ท่านอื่น ๆ นั้นใช้เวลามากกว่าหลายเดือนหรือนับปี แต่ใน 3 เดือนระหว่างที่อาจารย์อารยกำลังตั้งใจเรียนนั้น ไม่ดูหนังฟังเพลง ไม่คบเพื่อน ไม่มีแฟน ไม่เดินห้าง ไม่ทำอะไรทั้งสิ้น อยู่แต่ในห้องหรือภายในบ้านเพื่ออ่านหนังสือท่องตำราอย่างเดียว

เส้นทางการเป็นนักพยากรณ์ของอาจารย์อารยเริ่มต้นที่จังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ใช้เวลาอยู่กับอาชีพดูดวงมาประมาณ 9-10 ปี โดยทำอาชีพนี้ไปพร้อมกับคุณแม่ยุพิน วงการนักพยากรณ์ทางภาคเหนือต่างรู้ดีว่า หากเป็นหมู่บ้านนี้คุณป้ายุพินจะดูดวงละ 10,000 บาท ส่วนที่อำเภอสันทรายอาจารย์นารายณ์เวทย์ (ชื่อเก่า) ดูดวงละ 5,000 บาท ซึ่งถือว่าราคาแพงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ในภูธรยุคนั้น แต่แล้ววันหนึ่งอาจารย์อารยมีความคิดว่า เดิมทีการอยู่ที่เชียงใหม่อาจารย์ก็มีชื่อเสียงและผู้คนรู้จักทั้งจังหวัด หากจะเป็นที่รู้จักให้มากขึ้นระดับชาติแต่ตัวยังอยู่ภูธร เห็นทีจะไม่สามารถเป็นไปได้ อาจารย์อารยจึงตัดสินใจมากรุงเทพ 

ชีวิตนักพยากรณ์ในกรุงเทพของอาจารย์อารยเริ่มต้นจากการเป็นหมอดูที่ร้านอาหารชื่อดังเขตสายไหม แน่นอนว่าคนในกรุงเทพส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จัก อาจารย์อารยตั้งหลักใหม่ คิดค่าครูดูดวงละ 500 บาท และแบ่งกันคนละครึ่งกับทางร้าน หลังจากนั้น 3 เดือน กลายเป็นโต๊ะต่อโต๊ะ แขกที่มานั่งรับประทานอาหารส่วนใหญ่ก็มารอดูดวง และร้านอาหารร้านนั้นก็เป็นจุดหนึ่งที่ทำให้อาจารย์อารยได้รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่และลูกศิษย์ และยังคงคบหาอยู่ในปัจจุบันนี้มากมาย 

ระหว่างเส้นทางการเป็นนักพยากรณ์ในกรุงเทพ อาจารย์อารยมีโอกาสได้ขึ้นเวทีประกวดหมอดู ที่ไหนมีประกวดอาจารย์มักจะร่วมด้วยเสมอ จนกระทั่งไปงานประกวดของ Mono Group ก็เกิดเข้าตากรรมการ จึงได้ไปร่วมสังกัด Mono ระยะหนึ่ง โดยทำงานพยากรณ์ผ่านเบอร์โทร “1900” ในยุคนั้น อีกทั้งยังร่วมงาน 1900 อีกบริษัทหนึ่ง และได้ทำรายการผ่านช่องเคเบิ้ลทีวีประมาณกว่า 5-7 ช่อง อาทิ ช่อง TCC ของจีน, ช่อง Nation, ช่อง MVTV ฯลฯ และงานสำคัญอีกส่วนหนึ่งคือเป็นที่ปรึกษาบริษัทเครื่องดื่มยี่ห้อดัง อาจารย์อารยใช้เวลาประมาณ 18-19 ปี ในกรุงเทพกว่าจะมีชื่อเสียงในระดับหนึ่งจนค่าครูดูดวงอยู่ที่ 30,000 บาท ซึ่งถือว่ามากที่สุดในยุคนั้น

ไม่นานหลังจากนั้น อาจารย์อารยออกนอกวงการโหราศาสตร์ 8-9 ปี เพื่อกลับไปเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ดูแลลูกตัวน้อยอายุ 3-4 เดือน เนื่องจากมีปัญหากับภรรยาจนต้องแยกทางกันเพียงเพราะอาจารย์ไม่มีเวลากลับบ้านที่เชียงใหม่ ปีหนึ่งกลับครั้งหนึ่ง ใช้วิธีโอนเงินส่งเสียเท่านั้น ทั้งนี้เมื่อต้องรับบทคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวอาจารย์ก็ไม่สามารถทำงานพยากรณ์ได้เลย บิดามารดาก็เสียชีวิตหมดแล้ว ญาติพี่น้องไม่มี จึงต้องดูแลลูกน้อยด้วยตัวเองทั้งหมด จนเมื่อลูกๆ เริ่มโตขึ้น อาจารย์พบรักครั้งใหม่ ชีวิตอาจารย์เริ่มฟื้นตัว อาจารย์จึงตัดสินใจบวชที่จังหวัดสิงห์บุรีถึง 3 พรรษา เมื่อสึกมาแล้วก็พร้อมกลับเข้าวงการนักพยากรณ์ใหม่อีกครั้ง

กล่าวถึงประสบการณ์ของอาจารย์อารย ถือได้ว่าอาจารย์มีประสบการณ์สูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการพยากรณ์ดวงของผู้นำระดับชั้นผู้ใหญ่ ดวงนักการเมือง ดวงนักธุรกิจ ดวงคนมีฐานะ พยากรณ์ดวงเมือง หรือให้คำปรึกษาส่วนบุคคลและเจ้าของกิจการ ล้วนแล้วแต่เป็นความภาคภูมิใจของอาจารย์ ทำให้พิสูจน์ให้คนในสังคมระดับบนได้เห็นว่าโหราศาสตร์มีอยู่จริง เป็นวิทยาศาสตร์จริง และอาชีพนักพยากรณ์หาใช่ 18 มงกุฎไม่

https://arayahoro.com/wp-content/uploads/2021/02/อ.อารย-2-1.jpg

ติดต่อ อาจารย์ อารย

ติดตามอาจารย์ อารย